(Personal Tax)

เทคนิคลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาให้ได้มากที่สุดในปี 2567

อัปเดตล่าสุดเมื่อ 20 Apr 2026

เทคนิคลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาให้ได้มากที่สุดในปี 2567

การวางแผนภาษีที่ดีตั้งแต่ต้นปีจะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้อย่างมาก ในปี 2567 ยังมีสิทธิประโยชน์และมาตรการลดหย่อนพิเศษหลายอย่างที่ผู้เสียภาษีควรรู้และใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ บทความนี้จะรวบรวมเทคนิคและค่าลดหย่อนที่คุณไม่ควรพลาดอย่างครบถ้วน

เริ่มต้นจากค่าลดหย่อนพื้นฐาน

ก่อนจะไปถึงการลงทุนหรือซื้อกรมธรรม์ใดๆ ค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับอย่างครบถ้วนคือ ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ทุกคนได้โดยอัตโนมัติ ลดหย่อนค่าใช้จ่าย สำหรับผู้มีรายได้จากเงินเดือน (มาตรา 40(1)) หักได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนเงินได้ประเภทอื่นมีอัตราการหักที่แตกต่างกันไป

เทคนิคที่ 1: ใช้ประกันชีวิตและประกันสุขภาพให้เต็มวงเงิน

เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท และเบี้ยประกันสุขภาพลดหย่อนได้อีกสูงสุด 25,000 บาท (รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทเมื่อรวมกับประกันชีวิต) หากยังไม่ได้ทำประกัน การซื้อกรมธรรม์ที่เหมาะสมจะได้ทั้งความคุ้มครองและสิทธิลดหย่อนไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ประกันบำนาญยังลดหย่อนได้เพิ่มอีกสูงสุด 200,000 บาท

เทคนิคที่ 2: ลงทุนในกองทุน RMF และ SSF

กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund) ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ กองทุน SSF (Super Savings Fund) ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งสองกองทุนนี้ช่วยลดหย่อนภาษีพร้อมสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

เทคนิคที่ 3: ใช้สิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน

หากคุณกำลังผ่อนบ้าน สามารถนำดอกเบี้ยเงินกู้ยืมมาลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ข้อควรระวังคือต้องเป็นเงินกู้ที่ใช้ซื้อ สร้าง หรือขยายอาคารที่อยู่อาศัย และต้องใช้อาคารนั้นเป็นที่อยู่อาศัยจริง ดอกเบี้ยที่นำมาลดหย่อนได้ต้องเป็นดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับสถาบันการเงินเท่านั้น

เทคนิคที่ 4: ช้อปดีมีคืนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจพิเศษ

รัฐบาลมักออกมาตรการพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละปี ควรติดตามข่าวสารจากกรมสรรพากรอย่างสม่ำเสมอ โดยที่ผ่านมามักมีมาตรการเช่น ช้อปดีมีคืน ลดหย่อนค่าท่องเที่ยวในประเทศ และมาตรการส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจ Startup เป็นต้น

เทคนิคที่ 5: บริหารจัดการการรับรู้เงินได้

สำหรับผู้มีรายได้จากหลายแหล่ง เช่น ฟรีแลนซ์ รายได้จากการเช่า รายได้จากการขายออนไลน์ ควรวางแผนการรับรู้รายได้ให้เหมาะสม ตัวอย่างเช่น หากในปีนี้มีรายได้สูงผิดปกติ อาจพิจารณาเพิ่มการลงทุนในกองทุน RMF/SSF หรือซื้อประกันเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยรายได้ที่เพิ่มขึ้น

สรุป

การวางแผนภาษีที่ดีต้องทำตลอดทั้งปี ไม่ใช่เพียงแค่ช่วงยื่นแบบภาษี หากคุณต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคลและการวางแผนภาษีอย่างละเอียด ทีมผู้เชี่ยวชาญของ TaxFixThai พร้อมให้บริการทุกท่านครับ