(Corporate Tax)

ภาษีอากรแสตมป์ สิ่งที่ผู้ประกอบการมักมองข้าม

อัปเดตล่าสุดเมื่อ 20 Apr 2026

ภาษีอากรแสตมป์ สิ่งที่ผู้ประกอบการมักมองข้าม

ภาษีอากรแสตมป์ (Stamp Duty) เป็นภาษีที่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปมักมองข้ามหรือลืมปฏิบัติตาม ทั้งที่กฎหมายกำหนดให้ตราสารบางประเภทต้องปิดอากรแสตมป์ก่อนนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมาย หากฝ่าฝืนจะส่งผลให้เอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ทางกฎหมายและยังต้องเสียค่าปรับอีกด้วย

ตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์

กฎหมายกำหนดตราสาร 28 ประเภทที่ต้องปิดอากรแสตมป์ ตัวอย่างที่พบบ่อยในธุรกิจ ได้แก่ - สัญญาเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: อากรแสตมป์ 1 บาท ต่อมูลค่าค่าเช่าทุก 1,000 บาท - สัญญาเช่าซื้อ: 1 บาท ต่อมูลค่า 1,000 บาท - หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน: 1 บาท ต่อมูลค่า 2,000 บาท (สูงสุด 10,000 บาท) - สัญญาจ้างทำของ: 1 บาท ต่อมูลค่า 1,000 บาท - ใบหุ้นและใบหุ้นกู้: 1 บาท ต่อมูลค่า 1,000 บาท - สัญญาตัวแทน: อากรแสตมป์ 30 บาท ต่อฉบับ

วิธีการปิดอากรแสตมป์

การปิดอากรแสตมป์ทำได้หลายวิธี ได้แก่ 1. ปิดแสตมป์ที่ซื้อจากกรมสรรพากรหรือร้านค้าที่ได้รับอนุญาต และขีดฆ่าให้เรียบร้อย 2. ชำระเป็นตัวเงิน ณ กรมสรรพากรหรือสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ 3. ชำระผ่านระบบออนไลน์ e-Stamp ของกรมสรรพากร ต้องปิดอากรแสตมป์ก่อนหรือในขณะที่ทำตราสาร ไม่ใช่หลังจากนั้น

ผลของการไม่ปิดอากรแสตมป์

ตราสารที่ไม่ปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วน จะไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ นอกจากนี้ยังต้องเสียเงินเพิ่มอีก 6 เท่าของอากรที่ต้องเสีย (เดิม 1 เท่า) และถ้าเจ้าพนักงานตรวจพบก็จะถูกเรียกเก็บพร้อมเงินเพิ่มทันที

ข้อยกเว้นอากรแสตมป์

มีตราสารบางประเภทที่ได้รับการยกเว้นอากรแสตมป์ เช่น ตราสารของราชการ ตราสารที่ทำในต่างประเทศ สัญญาบางประเภทที่มีมูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้แน่ใจว่าตราสารของคุณอยู่ในข่ายต้องเสียหรือได้รับยกเว้น

สรุป

อากรแสตมป์อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากละเลยอาจก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายและการเงินที่ร้ายแรงได้ TaxFixThai พร้อมตรวจสอบและให้คำแนะนำเรื่องอากรแสตมป์สำหรับสัญญาและเอกสารธุรกิจทุกประเภท